Website Banner
 
 
     
 
ประกาศขายบ้าน !!
 
 
 
   เป็นทาวเฮาส์  4 ชั้น ครึ่ง 
 4 ห้องนอน  4 ห้องน้ำ
 
 เบอร์ติดต่อ 081-6514924
 

                      รายละเอียด »
 
     
     
     
     
     คำแนะนำในการเลือกรูปแบบของการประกอบธุรกิจ
                   
 
 
     
 
 
     
  การเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอยู่หลายประการ ผู้ประกอบการจึงควรจะพิจารณาให้รอบคอบ จึงขอแนะนำเทคนิค 10 ประการที่จะใช้ในการเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจดังนี้  
     
  1. พิจารณาดูว่ามีการจัดตั้งและผลการจัดตั้งธุรกิจนั้นยุ่งยากลำบากเพียงใด  
 
เช่น หากท่านจะประกอบธุรกิจง่ายๆ เล็กๆ ก็อาจจะไม่ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแต่จัดตั้งเป็นธุรกิจเจ้าของคนเดียว หรือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญง่ายๆ ก็ได้
 
     
  2. พิจารณาดูถึงต้นทุนที่จะต้องระดมมาในการประกอบการ  
  ถ้าหากว่าท่านเห็นว่าการจะประกอบการต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมากก็อาจจะต้องเลือกรูปแบบการจัดตั้งในรูปแบบของบริษัท จำกัด  
     
  3. พิจารณาถึงความรู้ความสามารถของประสบการณ์ของตนเองในฐานะของผู้ลงทุน  
  และหากท่านจะต้องระดมผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาประกอบกิจการ ท่านก็อาจจะต้องจัดตั้งในรูปแบบห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ บริษัทจำกัดมากกว่าจะประกอบธุรกิจในรูปแบบของผู้ประกอบการคนเดียว  
     
  4. พิจารณาในแง่การบริหารและการควบคุมกิจการ  
  ว่า เมื่อจัดตั้งองค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือ กิจการคนเดียวนั้น จะสามารถบริหารงานและควบคุมกิจการได้หรือไม่ นอกจากนั้นอาจจะพิจารณาดูว่า การจัดตั้งบริษัทจำกัด เพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการควบคุมและรวบรวมทรัพย์สินของครอบครัวไว้เป็น หน่วยเดียวกันหรือไม่  
     
  5. พิจารณาถึงสถาพของธุรกิจโดยทั่วไปว่ากิจการที่จะลงทุนนั้น  
  ควรจะเป็นรูปแบบองค์กร ธุรกิจแบบใด จะมีระยะเวลาประกอบธุรกิจนานเท่าไร จะสร้างความเชื่อถือให้กับองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และจะสามารถขยายกิจการออกไปได้หรือไม่  
     
  6. พิจารณาถึงความรับผิดชอบในบรรดาหนี้สินอันเกิดจากการประกอบการ  
  ข้อนี้นับว่าเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่งของผู้ประกอบการการประกอบธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วนมักเป็นที่นิยมมาก โดยผู้ประกอบการอาจไม่ทราบว่า หุ้นส่วนผู้จัดการหรือ หุ้นส่วนสามัญนั้น จะต้องมีความรับผิดอย่างไม่จำกัด หรือแม้มีการประกอบกิจการคนเดียว หากมีหนี้สิ้นก็ต้องรับผิดอย่างไม่จำกัด ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก แต่ในทางตรงข้ามการเลือก ประกอบธุรกิจโดยเป็นบริษัทจำกัด ความรับผิดชอบนั้นจำกัดเฉพาะหุ้นที่ลงทุนไปแล้วเท่านั้น  
     
  7. พิจารณาว่าระยะเวลาและความต่อเนื่องในการประกอบกิจการนั้นตรงตามจุดประสงค์ของกิจการเป็น ชั่วครั้งชั่วคราว หรือตลอดไป  
  เพราะเหตุว่าถ้าหากต้องการประกอบกิจการเพียงช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งโดย เฉพาะ ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล เพราะว่าการเลิกกิจการนั้นยากกว่าการจดทะเบียนเสียอีก  
     
  8. พิจารณาเกี่ยวกับวิธีการแบ่งปันผลกำไรจากการประกอบการ  
  โดย จะต้องพิจารณาว่าท่านมีความประสงค์จะแบ่งปันผลกำไรอย่างไร เพราะหากว่ามีการจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดการจะแบ่งปันผลกำไรนั้น คงมีข้อจำกัดทางกฎหมาย และจะต้องมีการตั้งทุนสำรองไว้ตามกฎหมายอีก  
     
  9. พิจารณาว่าในอนาคตนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือขยายรูปแบบองค์การธุรกิจเพิ่มขึ้นหรือเพิ่มเติมหรือไม่  
     
  10.พิจารณาว่า ภาระภาษีขององค์กรธุรกิจ แต่ละแบบเป็นอย่างไร แบบใดจะเสียภาษีต่ำที่สุด  
               
  การตัดสินใจจะเลือกองค์กรธุรกิจแบบใดในการประกอบธุรกิจนอกเหนือจากความรับผิดชอบแล้วต้องคำนึงถึงภาระภาษีและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ  
 
   
     
     
     
                     
           
                     
         
 
บริษัท สำนักงานชัยณรงค์ จำกัด (สำนักงานเดิม)
111/90 ซอยลาซาล 32 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 
โทรศัพท์ : 02-361-7842-5 
มือถือ : 089-894-7878 ,081-651-4924 
Email : pvipada@hotmail.com www.cnoffice.co.th 
 
บริษัท สำนักงานชัยณรงค์ จำกัด (สำนักงานใหม่)
63 ซอยกาญจนาภิเษก 039 แยก 6 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 02-726-5033-37
มือถือ : 089-894-7878 ,081-651-4924
Email : pvipada@hotmail.com www.cnoffice.co.th
 
*ทางบริษัทจะย้ายสำนักงานใหม่ วันที่ 2/5/2557
 
         
Current Pageid = 14